Hair Transplant in Bangkok, Thailand
(+66) 85-836-9994

แกลเลอรี่

ความเข้าใจผิดระหว่างปลูกผมแบบ DHI และ FUE

โดย : วันที่ : 24 June 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หมอได้ยินคำถามจากคนไข้ต่างชาติว่าปลูกผมด้วยเทคนิค DHI ดีกว่า FUE ยังไง คำถามนี้แอบทำให้หมอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากด้วยกลยุทธ์โฆษณาในปัจจุบัน บ่อยครั้งมันทำให้คนไข้เริ่มเข้าใจผิด หมออยากเขียนอธิบายเกี่ยวกับ DHI และ FUE ดังนี้ค่ะ 1. ปลูกผมมีแค่ FUE และ FUT นิยามของเทคนิคปลูกผม เราจะหมายถึง “วิธีการเอาผมที่จะนำไปปลูกออกจากบริเวณด้านหลังศีรษะหรือที่เรียกว่า Donor Area ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือที่ใช้ปลูกผม” ถ้ายึดตามสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) แล้วล่ะก็ ปลูกผมจะมีอยู่แค่ FUE และ FUT โดยสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างของทั้งสองเทคนิคได้ตามลิงก์ข้างล่างค่ะ 2. แล้ว DHI คืออะไร คำนี้ไม่ได้บัญญัติโดย ISHRS นะคะ คำว่า DHI ย่อมาจาก Direct Hair Implantation โดยเป็นการเจาะเอาผมออกทีละกอแบบ FUE ส่วนในขั้นตอนปลูกผม (Graft Placement) ก็จะใช้ Implanter แทนการใช้ Forceps […]

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมขึ้นผิดทิศทาง … แก้ยาก

โดย : วันที่ : 8 March 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

ลองดูภาพประกอบบทความนี้สิคะ คนไข้จะสังเกตว่านอกจากแนวผมที่ปลูกจะบางแล้ว ทิศทางผมยังขึ้นผิดทิศผิดทางอีกต่างหาก เรียกว่าไม่ต้องใช้เจลหรือแวกซ์ ผมก็ตั้งชี้ไม่เป็นธรรมชาติกันเลยทีเดียว นี่คือหนึ่งในสาเหตุลสำคัญที่ Hairsmith Clinic ย้ำเสมอว่าจะปลูกผมก็ควรเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่าเลือกเพราะราคาถูกอย่างเดียว เพราะตอนนี้มีกลุ่มพนักงานฟรีแลนซ์รวมตัวกันไปรับจ้างปลูกผมแทนหมอตามคลินิกต่างๆ ซึ่งถือว่าเสี่ยงและอันตรายต่อคนไข้มากๆ อย่าลืมนะคะว่าปลูกผมแล้วมันขึ้นผิดทิศทางแบบนี้มันแก้ไม่ได้นอกจากยิงเลเซอร์กำจัดทิ้ง หรือต้องปลูกแทรกเพื่อปรับทิศทาง แต่ก็ยากอยู่ดี ซึ่งก็เท่ากับเสียเงินครั้งแรกเปล่าๆ ค่าใช้จ่ายที่เคยว่าถูก ก็จะกลายเป็นแพงทีหลัง นี่ยังไม่รวมรากผมที่เสียแล้วเสียเลยอีก การเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์และมีผลงานที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในบทความหน้า หมอจะเล่าให้ฟังว่าหลักในการสร้างแนวผมที่เป็นธรรมชาตินั้นทำยังไงค่ะ  

อ่านเพิ่มเติม

PRP กับปัญหาผมบาง

โดย : วันที่ : 7 February 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

หนึ่งในแนวทางรักษาผมร่วงและผมบางก็คือเจ้าทรีตเม้นต์ PRP นี่แหละค่ะ คำว่า PRP นั้นย่อมาจาก Platelet-Rich Plasma ซึ่งหลักการก็คือดูดเลือดของคนไข้ออกมา แล้วเข้าเครื่องปั่นที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อสกัดแยกพลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นออกมา จากนั้นก็นำกลับไปฉีดหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นให้เส้นผมสามารถเติบโตและดูหนาขึ้นกว่าเดิม เดี๋ยวนี้มีสถานพยาบาลที่ให้บริการ PRP เยอะแยะไปหมด คนไข้ก็ต้องศึกษาดีๆ หน่อย เพราะบางที่จะใช้แค่หลอดทดลองธรรมดาราคาถูกในการปั่นแยกเอาเกล็ดเลือด ซึ่งข้อเสียของหลอดทดลองแบบนี้คือมีโอกาสที่จะได้เกล็ดเลือดเข้มข้นยากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะด้อยลงมา ขณะที่ HAIRSMITH CLINIC จะใช้หลอดที่ออกแบบเฉพาะสำหรับทำ PRP เพื่อสกัดแยก ผลลัพธ์ที่ได้คือ PRP ที่เข้มข้นกว่าการใช้หลอดทั่วไปถึง 3-4 เท่าเลยทีเดียว แนวทางการรักษาแบบนี้เหมาะสำหรับคนไข้ที่อยากได้ตัวช่วยเสริมกับการรักษาหลัก หรือเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนไข้ที่ไม่อยากทานยาหรือทายาก็ได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

สะเก็ดหลังปลูกผมล้างออกยังไง

โดย : วันที่ : 23 พฤศจิกายน 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

หลังปลูกผมแล้วเนี่ย พวกคราบเลือดบริเวณที่ปลูกผมมันก็จะเริ่มแข็งตัวและกลายเป็นสะเก็ด ในช่วง 2 สัปดาห์แรกอย่าเพิ่งไปแกะไปเกามันออกนะคะ เพราะสะเก็ดที่เราแกะออกมาอาจดึงเอารากผมที่เพิ่งปลูกหลุดมาด้วย รากผมที่หลุดมานั้นอาจจะไม่ขึ้นอีกก็ได้ คนไข้ควรรอให้ครบ 2 สัปดาห์ก่อนแล้วค่อยเริ่มล้างสะเก็ดออก วิธีล้างสะเก็ดหลังปลูกผมครบ 2 สัปดาห์ไปแล้วก็คือหมักแชมพูสระผม หรือน้ำมันมะกอกก็ได้ประมาณ 5-10 นาที ขั้นตอนนี้จะช่วยให้สะเก็ดนิ่มและหลุดง่ายขึ้น จากนั้นใช้ปลายนิ้วค่อยๆ เขี่ยเบาๆ สะเก็ดก็จะหลุดมา บางครั้งผมที่ปลูกอาจจะหลุดออกมาด้วย แต่ถ้าหลุดในช่วงพ้น 2 สัปดาห์ไปแล้ว ถือว่าปลอดภัย เดี๋ยวผมก็ขึ้นใหม่ค่ะ หรือจะหมักน้ำมันไว้ก่อนนอนแล้วค่อยมาสระผมออกตอนเช้าก็ช่วยให้สะเก็ดหลุดง่ายขึ้นเหมือนกัน แต่ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ก็ลองติดต่อคุณหมอหรือคลินิกที่ปลูกผมให้คนไข้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

HypoThermosol … น้ำยาสำหรับศัลยกรรมปลูกผมขั้นเทพ

โดย : วันที่ : 5 พฤศจิกายน 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

ในระหว่างปลูกผมนั้น หลังจากที่นำรากผมออกจากบริเวณ Donor Area (ด้านหลังศีรษะ) แล้ว รากผมจะถูกนำไปเก็บไว้ในสารละลายระหว่างรอนำไปปลูกเพื่อป้องกันไม่ให้รากผมเหล่านั้นแห้ง (Dehydration) เพราะการปล่อยให้รากผมแห้งมักเป็นปัญหาหลักที่ทำให้ผมไม่ขึ้น ปกติแล้วกว่า 50% ของคลินิกทั่วไปมักจะใช้ Normal Saline หรือน้ำเกลือดีๆ นี่แหละมาเป็นสารละลายสำหรับเก็บรากผมเพราะราคาถูกและหาง่าย แต่ประเด็นก็คือว่าน้ำเกลือไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บรักษาอวัยวะของคนเรา รวมทั้งไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับนำมาใช้เพื่อแช่เย็นสำหรับเก็บอวัยวะ ซึ่งรากผมก็ถือว่าเป็นอว้ยวะนะคะ ประโยชน์เดียวของน้ำเกลือคือป้องกันไม่ให้กอผมแห้งเท่านั้นเอง แน่นอนว่าคนไข้บางรายที่ตอบสนองต่อศัลยกรรมปลูกผมเป็นอย่างดีและมีรากผมที่แข็งแรง แค่ใช้น้ำเกลือก็อาจทำให้ผมขึ้นดีแล้ว แต่เราต่างรู้กันดีว่าคนไข้แต่ละคนตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน การเลือกใช้น้ำยาที่ดีก็จะเข้าเติมเต็มในรายละเอียดเหล่านี้นี่เอง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาซะยาวเนี่ย หมอจึงเลือกใช้ HyPoThermosol ซึ่งเป็นน้ำยาสำหรับเก็บรักษารากผมโดยเฉพาะ และได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในตลาดขณะนี้ เพราะหลายปีก่อน Dr. Jerry Cooley ได้ทำงานวิจัยเพื่อทดสอบประสิทธิภาพระหว่าง HyPoThermosol และ Normal Saline (น้ำเกลือ) โดยนำรากผมไปแช่ไว้ในสารละลายทั้งสองชนิดเป็นเวลา 5 วัน จากนั้นค่อยนำไปปลูก ผลปรากฏว่าอัตราการรอดของรากผมที่แช่ไว้ใน HypoThermosol นั้นสูงถึง 44% แต่อัตรารอดของรากผมในน้ำเกลือคือ 0% หรือให้พูดง่ายๆ ก็คือไม่ขึ้นเลย! จากงานวิจัยนี้ทำให้เรารู้ว่า HypoThermosol นั้นยอดเยี่ยมสมกับคำร่ำลือที่ว่าเป็นสารละลายสำหรับเก็บรากผมที่ดีที่สุดในตลาด แน่นอนว่าราคาค่าตัวของมันก็สูงลิบชนิดที่เทียบกับ […]

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!